สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศต่ออิหร่านในวันที่ 7-8 กรกฎาคม หลังจากอิหร่านโจมตีเรือสินค้าสองลำในช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบประมาณ 70% ของที่ใช้ในประเทศ ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่พาดหัวข่าว แต่แปลออกมาเป็นต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและค่าบาทที่อ่อนแอลง
เกิดอะไรขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ
เรือบรรทุก LNG สัญชาติกาตาร์ Al Rekayat และเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดิอาระเบีย Wedyan ถูกโจมตีในวันที่ 7 กรกฎาคม สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศ และอิหร่านส่งขีปนาวุธและโดรนตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวต วัฏจักรตอบโต้นี้รีสตาร์ตวิกฤตที่ตลาดคิดว่ากำลังคลี่คลาย ราคาน้ำมันเบรนต์ที่เคยลงมาใกล้ $70 กลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง
ตลาดน้ำมันตอบสนองอย่างไร
น้ำมันเบรนต์ขึ้น 0.9% หลังข่าว บริบทสำคัญ: เบรนต์เคยพุ่งถึง $82 ต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคม 2026 ขณะวิกฤตช่องแคบครั้งแรก จากนั้นลงมาใกล้ $68-70 ในต้นเดือนกรกฎาคม การโจมตีรอบใหม่นี้ทำให้ตลาดต้องประเมินว่าเบรนต์จะกลับสู่ $80 หรือไม่
ผลกระทบต่อการนำเข้าพลังงานของไทย
ไทยนำเข้าน้ำมันดิบประมาณ 70% ของความต้องการ เมื่อเบรนต์ขึ้นและบาทอ่อนพร้อมกัน ต้นทุนถูกขยายสองชั้น ที่ราคา $70 ต่อบาร์เรลและ USD/THB ที่ 33.45 โรงกลั่นไทยจ่ายประมาณ 2,342 บาทต่อบาร์เรล เทียบกับ 2,249 บาทเมื่อบาทอยู่ที่ 32.11 บาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากค่าเงินเพียงอย่างเดียวกว่า 4%
ผลต่อหุ้นพลังงานและโลจิสติกส์ใน ตลท.
อีกด้านหนึ่ง บริษัทผลิตและค้าน้ำมันไทย เช่น PTT (PTT.BK) และ PTTEP (PTTEP.BK) ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่หุ้นขนส่งและโลจิสติกส์ที่ต้องซื้อน้ำมันราคาแพงกลับเผชิญแรงกดดันด้านมาร์จิ้น ในวันที่ 8 กรกฎาคม ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดที่ 1,604 จุด ท่ามกลางบรรยากาศ risk-off
นักลงทุนไทยควรมองอย่างไร
ภาพรวมนี้คือ headwind ที่รับมือได้ ไม่ใช่วิกฤต ไทยผ่านการปิดช่องแคบครั้งแรกตั้งแต่กุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมมาแล้ว สำหรับนักลงทุน: หุ้นพลังงาน PTT, PTTEP เป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ทองคำที่ยังแข็งแกร่งเหนือ 67,000 บาทต่อบาทน้ำหนักก็เป็นอีกตัวเลือก สินทรัพย์ดอลลาร์ได้ประโยชน์จากบาทอ่อน
ตัวแปรที่ต้องจับตา
สัญญาณหลักคือราคาเบรนต์ หากปิดเหนือ $74 อย่างต่อเนื่อง จะเปลี่ยนสมการเงินเฟ้อและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย นอกจากนี้ยังต้องจับตาการประชุมเฟดวันที่ 29 กรกฎาคม และสัญญาณทางการทูตในช่องแคบฮอร์มุซ