เงินบาทแตะ 32.97 บาทต่อดอลลาร์เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน และเข้าใกล้ 33.00 ในวันที่ 20 มิถุนายน ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบหลายเดือนของปี 2569 ปัจจัยหลักมาจากการประชุม Fed วันที่ 17 มิถุนายน ที่ประธาน Kevin Warsh คงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% แต่ dot-plot แสดงให้เห็นว่ากรรมการ 9 คนมองว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสิ้นปี และ 6 คนเห็นว่าขึ้นถึง 2 ครั้ง ตลาดรับรู้ทันทีว่าดอลลาร์ไม่มีแนวโน้มอ่อนค่าในเร็วๆ นี้
ทำไมบาทถึงมาถึงจุดนี้
ต้นเดือนมิถุนายน 2569 บาทอยู่ที่ราว 32.50 และค่าเฉลี่ยปีนี้จนถึงกลางเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 31.99 บาท การขยับมาที่ 33 ถือเป็นการอ่อนค่าประมาณ 1.5% ในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ส่วนหนึ่งมาจากดอลลาร์แข็งค่าทั่วโลก แต่บาทมีจุดอ่อนของตัวเอง คือ ธปท. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในเดือนเมษายน และการประชุม กนง. รอบถัดไปยังอยู่ปลาย Q3 ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ กว้างที่สุดในรอบหลายปี
Dot-Plot คืออะไร
Dot-plot ไม่ใช่คำมั่นสัญญา แต่เป็นภาพรวมมุมมองของกรรมการแต่ละคน เมื่อ median dot พลิกจากลดดอกเบี้ยเป็นขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 17 มิถุนายน ตลาดฟิวเจอร์สฉายความน่าจะเป็นขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสิ้นปีที่ประมาณ 55%
ระดับราคา USD/THB ที่ควรจับตา
- 32.97–33.00 — แนวต้านปัจจุบัน ถูกทดสอบ 2 ครั้งแล้ว
- 33.20 — แนวต้านถัดไป เห็นครั้งสุดท้ายปลายปี 2568
- 32.70 — แนวรับทันทีหากดอลลาร์ย่อตัว
- 32.40 — แนวรับแข็งแกร่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยมิถุนายน
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย
ผู้นำเข้าที่จ่ายเป็นดอลลาร์ควรพิจารณาล็อกอัตราซื้อขายล่วงหน้าที่ระดับ 33.00 สำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนต่างประเทศหรือสินทรัพย์ดอลลาร์ บาทอ่อนทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อคิดเป็นบาท แม้ราคาสินทรัพย์ไม่เปลี่ยนก็ตาม
จับตา: ข้อมูลเดือนกรกฎาคม
PCE Inflation และตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ จะออกต้นเดือนกรกฎาคม ถ้าออกมาร้อนแรง USD/THB อาจทดสอบ 33.50 ใน Q3 ธปท. เคยส่งสัญญาณแทรกแซงตอน USD/THB แตะ 35 ในปี 2568 แต่ตอนนี้ยังห่างไกลระดับนั้น จับตาตัวเลข ไม่ใช่ข่าวลือ