บาทไทยพุ่งแข็งค่าอย่างรวดเร็วในวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่านายจ้างตัดการจ้างงานสุทธิ 23,000 ตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม ตัวเลขเดียวนี้เปลี่ยนทิศทางของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง บาทซึ่งเคยอยู่ที่ 33.80 บาท/ดอลลาร์ในปลายเดือนกรกฎาคม แข็งค่าขึ้นมาที่ 33.0380 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม
ตัวเลขจ้างงานบอกอะไรบ้าง
ตัวเลขหัวข้อ -23,000 ตำแหน่งนั้นน่าตกใจอยู่แล้ว แต่ที่หนักกว่าคือการปรับแก้ข้อมูลย้อนหลัง: ตัวเลขจ้างงานเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนถูกปรับลดลงรวม 103,000 ตำแหน่ง หมายความว่าตลาดแรงงานอ่อนแอกว่าที่รายงานมาสองเดือนติดต่อกันก่อนที่เดือนกรกฎาคมจะติดลบ ข้อมูลนี้ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเพิ่งลงมติ 9 ต่อ 3 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% สูญเสียแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนหายไป
ก่อนรายงาน ตลาด Futures ให้ความน่าจะเป็นประมาณ 40% ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน หลังรายงาน โอกาสนั้นพังทลายลงเกือบสมบูรณ์ ตลาดจะได้รับข้อมูลสำคัญอีก 2 ชุดก่อนถึงกันยายน ได้แก่ CPI เดือนกรกฎาคมในวันที่ 12 สิงหาคม และ PPI เดือนกรกฎาคมในวันที่ 13 สิงหาคม หาก 2 ตัวเลขนี้ออกมาต่ำกว่าคาด โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนปิดประตูสนิท
ทำไมบาทถึงอ่อนในเดือนกรกฎาคม
การที่บาทอ่อนค่าไปถึง 33.80 บาท/ดอลลาร์ในปลายเดือนกรกฎาคม สะท้อนปัจจัยหลายอย่างนอกเหนือจาก Fed เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าคาดในไตรมาส 2 และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในการประชุมเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 250–275 bps ซึ่งเป็นแรงดึงดูดให้เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ไทยไปถือดอลลาร์ เมื่อ Fed ดูเหมือนจะหยุดขึ้นดอกเบี้ย แรงจูงใจนี้ก็อ่อนลง
ผลต่อนักลงทุนไทยและผู้นำเข้า
บาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นสัญญาณผสมขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ฝั่งไหน ถ้าคุณนำเข้าสินค้าที่ตีราคาเป็นดอลลาร์ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร หรือน้ำมัน ต้นทุนในรูปบาทลดลง นั่นดีอย่างตรงไปตรงมา แต่ถ้าคุณเป็นผู้ส่งออกหรือบริษัทที่รายได้เป็นดอลลาร์ อัตรา 33.0 บาทหมายความว่ารายได้แปลงกลับมาเป็นบาทได้น้อยลง นักลงทุนที่ถือสินทรัพย์ดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็น ETF สหรัฐฯ กองทุนต่างประเทศ หรือเงินฝากดอลลาร์ ต้องตระหนักว่าความผันผวนของค่าเงินสามารถลบล้างผลตอบแทนหุ้นระยะสั้นได้
ธปท. ยังไม่ขยับ
ธปท. ไม่น่าจะตอบสนองต่อรายงานจ้างงานสหรัฐฯ ฉบับเดียวด้วยการเปลี่ยนนโยบาย อัตรา 1.00% ยังต่ำในเชิงประวัติศาสตร์ และธนาคารกลางไม่แสดงสัญญาณว่าจะปรับลดเพิ่มเติม สิ่งที่สำคัญกว่าสำหรับบาทคือความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะลดลงต่อเนื่องหรือไม่ หาก Fed ส่งสัญญาณว่าหยุดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว บาทอาจแข็งค่าไปถึง 32.50 บาท/ดอลลาร์ได้ภายในสิ้นปี
สิ่งที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้
12 สิงหาคม: CPI เดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ถ้าตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด USD/THB จะมีแรงกดดันให้ลงต่อ ถ้าเงินเฟ้อพุ่งสูงกว่าคาด คู่เงินอาจดีดกลับเหนือ 33.50 ได้อีกครั้ง
13 สิงหาคม: PPI เดือนกรกฎาคม ตัวเลขรองแต่ตลาดอ่อนไหวมากขึ้นในขณะนี้
แนวรับที่ต้องจับตาคือ 32.80 บาท/ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 33.50 หากดอลลาร์ฟื้นตัว