ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ในการประชุม กนง. วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เป็นครั้งที่สามติดต่อกัน ขณะที่เฟดสหรัฐยืนที่ 3.50–3.75% และตลาดให้โอกาส 60% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกกันยายน ช่องว่างระหว่างสองธนาคารกลางอยู่ที่ประมาณ 200 bps และอาจขยายถึง 225 bps เดือนหน้า นี่คือตัวแปรเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุนและนักเทรดไทยในขณะนี้
ทำไมสองธนาคารกลางถึงเดินคนละทิศ
เฟดกำลังต่อสู้กับเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงานที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ทำให้ CPI สหรัฐสูงกว่า 3% อย่างต่อเนื่อง ส่วน ธปท. กำลังทำสิ่งที่แตกต่าง: เงินเฟ้อในประเทศอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โมเมนตัมการเติบโตยังเปราะบาง DBS Group ระบุว่า ธปท. อยู่ในโหมด “สนับสนุนการเติบโตท่ามกลางเงินเฟ้อชั่วคราว” ซึ่งส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ย 1.75% จะยังไม่ขยับ
ช่องว่างดอกเบี้ย 200 bps ส่งผลต่อบาทอย่างไร
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยคือปัจจัยขับเคลื่อนอัตราแลกเปลี่ยนที่ยั่งยืนที่สุดในระยะกลาง ดอลลาร์ให้ผลตอบแทน 3.50–3.75% เทียบกับเงินฝากไทยที่ 1.75% สร้างแรงจูงใจ Carry Trade: กู้บาทต้นทุนต่ำ แปลงเป็นดอลลาร์ รับผลตอบแทนสูงกว่า กระแส Carry Trade นี้สร้างแรงกดดันเชิงโครงสร้างให้บาทอ่อนค่า แม้ปัจจัยระยะสั้นจะช่วยพยุงบาทไว้ที่ 32.85 ชั่วคราว
ในอดีต เมื่อช่องว่าง ธปท.-เฟด เกิน 150 bps บาทมักอ่อนค่ากว่าสกุลเงินเอเชียเพื่อนบ้านในช่วง 3-6 เดือน ที่ 200 bps แรงกดดันมีจริง และที่ 225 bps ถ้าเฟดขึ้นกันยายน จะยิ่งมองข้ามไม่ได้
ผลต่อผู้ฝากเงินและผู้กู้ยืมในไทย
ผู้ฝากเงินไทยได้รับดอกเบี้ยเงินฝากประจำประมาณ 1.50–1.75% ซึ่งต่ำกว่าเงินเฟ้อในปีที่ต้นทุนพลังงานสูง หมายความว่าเงินออมในบัญชีเงินฝากให้ผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบอยู่ในขณะนี้
ผู้กู้เงินได้รับประโยชน์จากต้นทุนกู้ยืมที่ต่ำ สินเชื่อบ้านในไทยอยู่ที่ 4–6% เทียบกับ 7–8% ในสหรัฐ ธปท. ตั้งใจรักษาเงื่อนไขการให้สินเชื่อที่ผ่อนคลาย แต่ผลข้างเคียงคือแรงกดดันต่อค่าเงินที่ต่อเนื่อง
Carry Trade: ใครเล่นและเสี่ยงอะไร
กลยุทธ์ Carry Trade แบบคลาสสิก: กู้บาทต้นทุนต่ำ แปลงเป็นดอลลาร์ ฝากใน US Treasury หรือ Money Market Fund ที่ให้ 3.50%+ กำไรสุทธิหลังหักต้นทุนการแปลงอยู่ราว 150–180 bps ต่อปี เมื่อ Risk Appetite ดี Carry ทำงานราบรื่น แต่เมื่อตลาดตื่นกลัว นักเทรด Carry จะ Unwind พร้อมกัน ซื้อบาทคืน-ขายดอลลาร์ ทำให้บาทแข็งค่าแบบรวดเร็วและฉับพลัน
ข้อสรุปสำหรับนักลงทุนไทย
ถ้าคุณถือเงินออมเป็นบาท ผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบอยู่ในขณะนี้ พิจารณากระจายบางส่วนเป็นสินทรัพย์ที่อิงดอลลาร์ เช่น กองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) ดอลลาร์ หรือทองคำ เพื่อรับประโยชน์จากส่วนต่างดอกเบี้ยและป้องกันความเสี่ยงบาทอ่อน
สำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น ช่องว่างดอกเบี้ยกดดัน Valuation Multiple ของ SET เทียบกับตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ SET ไม่สามารถทะลุ 1,630 ได้อย่างเด็ดขาด ช่องว่าง 200 bps ไม่ได้แปลว่าบาทจะพัง แต่หมายความว่าบาทเผชิญแรงต้านเชิงโครงสร้างที่ต้องบริหารจัดการ