เงินบาทซื้อขายอยู่ที่ 32.905 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 หกสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม บาทอ่อนค่าแตะ 33.80 บาท ซึ่งเป็นจุดอ่อนสุดนับตั้งแต่เมษายน 2568 การฟื้นตัว 0.9 บาทอาจดูเล็กน้อยบนกราฟ แต่สำหรับนักลงทุนที่ถือสินทรัพย์ต่างประเทศผ่านกองทุนไทย ช่วงเวลานั้นหมายถึงผลตอบแทนที่หายไปอย่างเงียบๆ
ทำไมบาทจึงร่วงแตะ 33.80 ในเดือนกรกฎาคม
สองปัจจัยผลักดันให้บาทอ่อนค่าสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ประการแรก ตลาดส่วนใหญ่คาดว่า ธปท. จะลดดอกเบี้ยอีกครั้งหลังจากปรับลดจาก 1.25% เหลือ 1.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางจะผ่อนคลาย สกุลเงินมักอ่อนค่า ประการที่สอง ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นหลังข้อมูลเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ในขณะที่ไทยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าถึง 250 จุดพื้นฐาน
ไทยมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลซึ่งปกติช่วยหนุนค่าบาท แต่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเอาชนะปัจจัยพื้นฐานในช่วงเวลาสั้น
อะไรทำให้บาทพลิกฟื้น
สามปัจจัยช่วยพลิกสถานการณ์ ธปท. คงดอกเบี้ยที่ 1.0% เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ด้วยมติเอกฉันท์เป็นครั้งที่สามติดต่อกัน ดับกระแสคาดเดาการลดดอกเบี้ย ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐเดือนสิงหาคมนุ่มกว่าคาดเล็กน้อย ลดแรงกดดันของดอลลาร์ และดุลการค้าไทยเกินดุลกว้างขึ้น ให้แรงหนุนพื้นฐานแก่บาท
USD/THB เคลื่อนตัวจาก 33.80 มาอยู่ที่ช่วง 32.864–33.046 วันที่ 4 กันยายน ปิดที่ 32.905 บาท บาทแข็งค่า 0.65% ตลอดเดือนสิงหาคม แต่ในรอบ 12 เดือน ยังอ่อนค่า 2.57%
มติเอกฉันท์สามครั้งติดต่อกัน — สัญญาณอะไร
การคงดอกเบี้ยด้วยมติเอกฉันท์ของ ธปท. ต่างจากการลดเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 สามครั้งเอกฉันท์ติดต่อกันบ่งชี้ว่ากรรมการที่เคยมีแนวโน้มผ่อนคลายพอใจที่จะรอดู สำหรับค่าบาท สัญญาณนี้เป็นบวก ตราบที่ Fed ไม่ลดดอกเบี้ยแบบรุนแรง ส่วนต่าง 250 จุดพื้นฐานจะคงอยู่ และบาทน่าจะทรงตัวในช่วง 32.50–33.50 สำหรับ Q4
หมายความว่าอะไรสำหรับนักลงทุนไทย
ถ้าคุณถือสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ผ่านกองทุนไทย การแข็งค่าของบาทได้กัดกินผลตอบแทนในสกุล THB แล้ว Bitcoin ขึ้น 5.1% วันที่ 4 กันยายน แต่นักลงทุนไทยได้กำไรจริงน้อยกว่าเมื่อแปลงกลับเป็นบาท สำหรับผู้ที่มีภาระจ่ายเงินดอลลาร์ ส่วนต่างระหว่าง 33.80 กับ 32.90 บนเงิน 10,000 ดอลลาร์คิดเป็นประมาณ 9,000 บาท
การอ่อนค่า 2.57% ในรอบ 12 เดือนคือตัวเลขที่ควรจำเมื่อจัดสรรสินทรัพย์ต่างประเทศ พอร์ตที่มีสินทรัพย์ดอลลาร์ 30% สูญเสียจากค่าเงินล้วนๆ ประมาณ 0.77% ของมูลค่าพอร์ต นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะทิ้งสินทรัพย์ต่างประเทศ แต่เป็นต้นทุนที่ควรคำนวณ
สิ่งที่ต้องจับตาถึงปลายปี
จับตาสองตัวแปร ข้อมูล GDP และเงินเฟ้อสหรัฐ: ถ้าเศรษฐกิจซบเซา ความคาดหวังการลดดอกเบี้ย Fed ฟื้นกลับมา ดอลลาร์อ่อน บาทอาจแข็งเกิน 32.50 การประชุม ธปท. ครั้งหน้า: ถ้า GDP ไทยต่ำกว่าคาด แรงกดดันให้ลดดอกเบี้ยใน Q4 กลับมา และ 33.50 กลายเป็นแนวต้านที่ต้องทดสอบ
แนวรับแรกคือ 32.864 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดวันที่ 4 กันยายน แนวต้านอยู่ที่ 33.046 ระหว่างสองตัวเลขนี้ ไทยกำลังอยู่ในโหมดรอดู ซึ่งเทียบกับความผันผวนหกสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด