ทองคำไทยพุ่งแตะ ฿72,787 ต่อบาทน้ำหนัก: วิเคราะห์การพุ่งขึ้น ส.ค. 2569

ทองคำไทยแตะ 72,787.29 บาทต่อบาทน้ำหนัก วันที่ 20 สิงหาคม ปรับขึ้น 3.44% ในวันเดียว ปิดท้ายเดือนที่บวก 10.11% อะไรขับเคลื่อนและแนวโน้มถัดไปเป็นอย่างไร
ทองคำไทยพุ่งแตะ ฿72,787 ต่อบาทน้ำหนัก: วิเคราะห์การพุ่งขึ้น ส.ค. 2569

ราคาทองคำไทยแตะ 72,787.29 บาท ต่อบาทน้ำหนัก (ทองคำ 96.5%) ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ปรับขึ้น 3.44% ในวันเดียว เป็นการปิดฉากเดือนที่โดดเด่น โดยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ราคาทองคำในประเทศพุ่งขึ้นถึง 10.11% จากประมาณ 66,000 บาทต่อบาทน้ำหนักเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม สำหรับนักลงทุนไทยที่ใช้ทองเป็นทั้งเครื่องมือออมทรัพย์และป้องกันความเสี่ยง การเคลื่อนไหวนี้ต้องการคำอธิบายและมุมมองล่วงหน้า

อะไรขับเคลื่อนการพุ่งขึ้นในเดือนสิงหาคม

สามแรงผลักดันหลักทำงานพร้อมกัน

แรกคือราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับขึ้นแรงในรูปดอลลาร์ วันที่ 19 สิงหาคม ราคาทองคำ 24K ในไทยแตะ 149,634.62 บาทต่อทรอยออนซ์ ซึ่งสะท้อนทั้งราคาทองคำโลกที่สูงขึ้นและบาทที่แข็งค่า 2.36% ในเดือนนี้ ซึ่งขัดแย้งกันเล็กน้อย เพราะบาทที่แข็งขึ้นจะทำให้ราคาทองในรูปบาทขึ้นน้อยลง ถ้าบาทไม่แข็ง ราคาทองบาทจะสูงกว่านี้อีก

สองคือวิกฤตอิหร่านสร้าง Safe-Haven Demand จริงๆ ทองคำประวัติศาสตร์ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อนักลงทุนไม่วางใจทั้งหุ้น พันธบัตร และสกุลเงินพร้อมกัน ซึ่งนั่นคือสถานการณ์ปัจจุบัน

สามคือความต้องการทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในเอเชียและตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างพื้นสนับสนุนโครงสร้างที่ยั่งยืนกว่าการเก็งกำไรล้วนๆ

ข้อมูลต้นเดือนที่น่าสังเกต

วันที่ 11 สิงหาคม ราคาทองแท่ง (96.5%) เปิดตลาดเช้าด้วยการพุ่งขึ้น 1,250 บาท ทองแท่งขายที่ 69,100 บาทต่อบาทน้ำหนัก ทองรูปพรรณที่ 69,900 บาทต่อบาทน้ำหนัก นับจากนั้นราคาไม่เคยย้อนกลับมาต่ำกว่าระดับนั้นอีก

ทองคำไทย vs ทองคำสากล: เข้าใจส่วนต่าง

ราคาทองคำไทย (ความบริสุทธิ์ 96.5% น้ำหนักบาทละ 15.244 กรัม) ซื้อขายกันในราคาที่สูงกว่าทองคำสปอตสากลเล็กน้อย ส่วนต่างนี้สะท้อนค่าการกลั่น ค่ากระจาย และกำไรของตัวแทนจำหน่ายในประเทศ

ที่ 72,787 บาทต่อบาทน้ำหนัก และอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ที่ 32.85 ราคาทองคำ 99.5% เทียบเท่าต่อทรอยออนซ์อยู่ที่ราว 2,355 ดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับทองคำสปอตสากลในช่วง 2,300–2,400 ดอลลาร์ที่ซื้อขายกันในเดือนสิงหาคม 2569

แนวโน้มต่อไป: Bull vs Bear

สถานการณ์เชิงบวก: ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยกันยายนและสินทรัพย์เสี่ยงขาย ทองคำมักได้ประโยชน์จากการหมุนเข้า Safe Haven ความตึงเครียดอิหร่านที่บานปลายจะเสริมแรงซื้ออีก ทั้งสองสถานการณ์รักษาทองคำไว้เหนือ 70,000 บาท

สถานการณ์เชิงลบ: ถ้า CPI สหรัฐเดือนกันยายนออกมาต่ำกว่าคาด Risk Appetite กลับมา หุ้นปรับขึ้น ทองคำอาจคืนกำไรส่วนหนึ่งที่ทำในเดือนสิงหาคม และบาทที่แข็งต่อจะลดผลตอบแทนทองคำในรูปบาทอีก

ทองคำจริง vs กองทุนทอง: ตัวเลือกสำหรับนักลงทุนไทย

นักลงทุนไทยเข้าถึงทองคำได้หลายช่องทาง: ทองแท่งและทองรูปพรรณจากร้านทองชั้นนำ เช่น YLG หรือ ฮั่วเซ่งเฮง, บัญชีออมทอง (Gold Savings Account) ของธนาคารพาณิชย์, หรือกองทุน ETF ทองคำในตลาดหลักทรัพย์

ทองแท่งมีส่วนต่างซื้อ-ขายประมาณ 600–800 บาทต่อบาทน้ำหนัก บัญชีออมทองส่วนต่างแคบลงเหลือ 100–200 บาท ส่วน ETF ทองคำมีส่วนต่างแคบที่สุดแต่ต้องมีบัญชีหลักทรัพย์และมีค่าบริหารจัดการ 0.2–0.5% ต่อปี

สรุป

ทองคำไทยที่ 72,787 บาท สะท้อนความเครียดมหภาคที่แท้จริง ไม่ใช่การเก็งกำไรล้วนๆ สามปัจจัยหลัก (Safe Haven โลก, ความเสี่ยงอิหร่าน, ธนาคารกลางซื้อ) ยังคงดำเนินต่อ แต่การปรับขึ้น 10% ในเดือนเดียวมีนัยสำคัญ ควรคำนึงถึงความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวลงสู่ 68,000–70,000 บาทหากสถานการณ์มหภาคคลี่คลาย ถือต่อพร้อม Trailing Stop สำหรับผู้ที่ถือไว้แล้ว ผู้ซื้อใหม่ควรทยอยซื้อแทนการวิ่งตามจุดสูง

BrokerTH