ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดที่ 1,621.89 จุดเมื่อวันที่ 8 กันยายน บวก 3.07 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 66,130 ล้านบาท กลุ่มพลังงานเป็นแกนหลักที่พยุงดัชนี ขณะที่กลุ่มอื่นยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ทำไมกลุ่มพลังงานถึงนำตลาด
บริษัทพลังงานในตลาดหุ้นไทย อย่าง PTT และ PTTEP ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ความตึงเครียดในตะวันออกกลางผลักดันราคาน้ำมัน Brent ให้สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันระดับต้นน้ำอย่าง PTTEP ซึ่งมีสินทรัพย์สำรวจในหลายประเทศในเอเชีย ได้รับประโยชน์ชัดเจน
การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลต่อรายได้จริงภายในหนึ่งถึงสองไตรมาส ตลาดกำลังสะท้อนสิ่งนี้ล่วงหน้า
แนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา
SET เผชิญแนวต้านที่ 1,630 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,600 จุด ซึ่งยืนหยัดมาได้ตลอดช่วงปลายเดือนสิงหาคม หากดัชนีจะทะลุ 1,630 ได้อย่างชัดเจน อาจต้องรอให้สถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย หรือการประชุม FOMC วันที่ 15–16 ก.ย. ไม่ได้ส่งสัญญาณผิดหวัง
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย
หากถือหุ้นกลุ่มพลังงานอยู่ ภาพระยะสั้นยังเอื้ออำนวย แต่ความเสี่ยงคือหากเกิดการหยุดยิงหรือคลี่คลายสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันจะปรับลง กระทบหุ้นพลังงานทันที
สำหรับกลุ่มธนาคาร อุตสาหกรรม และผู้บริโภค ภาพยังซับซ้อน ราคาพลังงานสูงกดดันต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ กลุ่มธนาคารยังอิงนโยบาย ธปท. ที่คงดอกเบี้ย 1.00%
ปัจจัยภายนอกที่กำหนดทิศทาง
สองเหตุการณ์ที่ต้องจับตา: การประชุม FOMC วันที่ 16 ก.ย. และพัฒนาการในตะวันออกกลาง การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed โดยไม่มีสัญญาณผ่อนคลายตามมา อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมถึงไทย
สิ่งที่ต้องติดตาม
แนวต้าน 1,630 จุดเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ถ้า SET ปิดเหนือระดับนี้พร้อมปริมาณการซื้อขายสูง อาจเดินหน้าสู่ 1,650 จุด แต่ถ้าล้มเหลว โดยเฉพาะหาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยและแถลงการณ์ฟังดูเข้มงวด แนวรับ 1,600 จุดจะถูกทดสอบอีกครั้ง