SET ที่ 1,615 ยังล้าหลัง ASEAN: ทิศทางการลงทุนไทย H2 2026

SET ปิดที่ 1,615 วันที่ 11 กรกฎาคม ฟื้นจากจุดต่ำ 1,577 เมื่อวันที่ 8 แต่ไทยยังล้าหลังอินโดนีเซียและเวียดนาม วิเคราะห์สาเหตุและเซกเตอร์ที่อาจนำใน Q3
SET ที่ 1,615 ยังล้าหลัง ASEAN: ทิศทางการลงทุนไทย H2 2026

SET ปิดที่ 1,615 จุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด 1,577 ที่แตะเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมระหว่างความผันผวนของน้ำมันจากปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ กรอบการซื้อขายวันที่ 11 กรกฎาคมอยู่ที่ 1,612–1,621 จุด บ่งชี้ว่าดัชนีพบแนวรับบางส่วน แต่ที่ 1,615 ไทยยังคง Underperform เพื่อนบ้านใน ASEAN ทั้ง JCI ของอินโดนีเซียและ VN-Index ของเวียดนามทำผลงานได้ดีกว่า SET ในปีนี้

ทำไมไทยยังล้าหลังอยู่

สามปัจจัยเชิงโครงสร้างอธิบาย Discount ของ SET ต่อเพื่อนบ้าน หนึ่ง อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ธปท.ที่ 1% ทำให้ผลตอบแทนสินทรัพย์บาทต่ำ ประกอบกับบาทที่อ่อนค่า 4.9% นักลงทุนต่างชาติเจอแรงต้านสองทาง สอง GDP ไทยที่คาดไว้ 2.3% ปี 2026 แม้ดูดีแต่ยังห่างจากอินโดนีเซียที่กว่า 5% และเวียดนามที่ใกล้ 6% นักลงทุนที่มองหาการเติบโต ASEAN มีตัวเลือกชัดเจนกว่า สาม โครงสร้างหมวดหมู่ของ SET ที่หนักไปทางพลังงานและธนาคาร ซึ่งทั้งสองกำลังเผชิญแรงกดดันต่างกัน

ความหมายของการฟื้นจาก 1,577

การดีดตัวจาก 1,577 สู่ 1,615 ใน 3 วันเป็นเรื่องจริงและน่าบันทึกไว้ เกิดขึ้นพร้อมกับข้อมูลกระแสเงินต่างชาติที่ดีขึ้น นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยในเดือนกรกฎาคมหลังจากขายสุทธิมาหลายไตรมาส นั่นคือพัฒนาการที่สร้างสรรค์ที่สุดของ SET ในรอบหลายเดือน แต่การดีดตัว 38 จุดจากจุดต่ำตื่นตระหนกไม่ได้ล้างภาพ Underperform เชิงโครงสร้างไป จับตาว่าเงินต่างชาติจะไหลต่อเนื่องสัปดาห์วันที่ 14 กรกฎาคมหรือไม่

เซกเตอร์ที่อาจนำใน H2

หาก SET จะแคบช่องว่างกับ ASEAN ใน H2 น่าจะมาจากสองส่วน ธนาคารคือส่วนแรก KBank, SCB และ Krungsri ประกาศผลประกอบการ Q2 ในสัปดาห์หน้า และ NIM ทำได้ดีกว่าคาดที่ดอกเบี้ย ธปท. 1% ผลที่ดีกว่าคาดของธนาคารใหญ่แม้เพียงรายเดียวอาจจุดไฟการซื้อในวงกว้าง เทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนที่สอง ไทยได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานจากสงครามการค้า US-จีน

ผลต่อนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนใน ETF หรือกองทุน Index ที่ติดตาม SET ระดับ 1,615 ยังอยู่ในระยะของเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 1,630–1,650 ปลายกรกฎาคม นั่นคือการขึ้น 1–2% ความเสี่ยงต่อเป้าหมายนั้นคือการประชุม Fed วันที่ 29 กรกฎาคม ผลออกมาเหยี่ยวจะกลับกระแสเงินต่างชาติและส่ง SET กลับสู่ 1,577 หรือต่ำกว่า สำหรับนักเลือกหุ้น ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ Q2 ที่กำลังมาคือ Catalyst ที่ต้องจับตา กลุ่มธนาคารและเทคโนโลยีที่ให้ Guidance อนุรักษ์นิยมใน H1 มีโอกาสเซอร์ไพรส์เชิงบวกมากที่สุด

ระดับที่ต้องจับตา

1,600 คือเส้นยุทธวิธี SET ไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,600 ได้หลายครั้งในปีนี้ การปิดรายสัปดาห์เหนือ 1,600 อย่างสะอาดพร้อมการซื้อของต่างชาติจะส่งสัญญาณว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงจริง ต่ำกว่า 1,580 ต้องประเมิน Thesis การฟื้นตัวใหม่ ที่ 1,615 เข้าสู่สัปดาห์วันที่ 14 กรกฎาคม ตลาดอยู่ในสถานะที่ดีกว่าวันที่ 8 กรกฎาคม แต่ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรที่ยั่งยืน

BrokerTH