SET ที่ 1,604 จุด: ทำไมหุ้นไทยขึ้น 46% ปีต่อปีขณะตลาดโลกสั่น

ดัชนี SET ปิดที่ 1,604 จุดวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 ขึ้น 46% เทียบปีก่อน ขณะตลาดโลกสั่นจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง วิเคราะห์ว่าอะไรขับเคลื่อนการฟื้นตัวของหุ้นไทยและอะไรจะหยุดมัน
SET ที่ 1,604 จุด: ทำไมหุ้นไทยขึ้น 46% ปีต่อปีขณะตลาดโลกสั่น

ดัชนี SET ปิดที่ 1,604.13 จุดในวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 เพิ่มขึ้น 46.12% เทียบกับปีก่อน ในระดับโลก ตัวเลขนี้โดดเด่นมาก เพราะตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ทรงตัวหรือติดลบในแง่ผลตอบแทนจริง ไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ outperform ชัดเจนที่สุดในภูมิภาค เหตุผลมาจากสามปัจจัยที่ทำงานพร้อมกันในจังหวะที่คาดไม่ถึง

สามปัจจัยที่ขับเคลื่อนการฟื้นตัว

ปัจจัยแรกคือการส่งออกสินค้า ภาคส่งออกไทยได้แก่อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และการผลิตที่เกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ได้รับประโยชน์จากวงจรการสร้าง AI และ data center ระดับโลก ความต้องการสินค้าจากฐานการผลิตของไทยแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งสนับสนุนกำไรของบริษัทโดยตรง

ปัจจัยที่สองคือการลงทุนที่รัฐบาลสนับสนุน รัฐบาลไทยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี 2568 มุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดและเขตอุตสาหกรรม AI การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศปรากฏในข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2026 หนุนกำไรของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง และนิคมอุตสาหกรรม

ปัจจัยที่สามคือการลดลงของต้นทุนพลังงานจากสัญญาณสันติภาพอิหร่านในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ราคาน้ำมันที่ต่ำกว่าช่วยเพิ่มมาร์จิ้นให้บริษัทขนส่ง โลจิสติกส์ และสินค้าอุปโภคบริโภค แม้ปัจจัยนี้จะเริ่มกลับทิศในเดือนกรกฎาคมจากความตึงเครียดใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ

ตัวเลข 46% หมายความว่าอะไรกันแน่

การขึ้น 46% ในหนึ่งปีฟังดูเหมือนตลาดกระทิงที่โอเวอร์ฮีต แต่ต้องดูบริบท: SET อยู่ใกล้ 1,098 จุดเมื่อปีก่อน ฟื้นตัวจากช่วงที่ underperform เทียบภูมิภาคอย่างชัดเจน การขึ้นส่วนหนึ่งเป็น recovery ไม่ใช่ momentum ล้วนๆ P/E ล่วงหน้าของ SET อยู่ที่ 14-15 เท่า ต่ำกว่าหุ้น US ที่ 21-22 เท่า ระดับ valuation ที่ถูกตั้งต้นมีส่วนสนับสนุนการขึ้นนี้

กลุ่มหุ้นที่นำและตาม

การขึ้นของ SET ไม่ได้เท่ากันทุกกลุ่ม หุ้นพลังงานและอุตสาหกรรมนำในไตรมาส 1 ขณะราคาน้ำมันขึ้น หุ้นการเงิน กรุงเทพ, KBank, SCB, กรุงไทย ฟื้นตัวเพราะ net interest margin ทรงตัวแม้ ธปท. จะคงดอกเบี้ยที่ 1% หุ้นส่งออกเทคโนโลยีแข็งแกร่งในไตรมาส 2 ส่วนหุ้นค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคตามหลัง เพราะบาทอ่อนที่ 33.45 ทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงและผู้บริโภคระมัดระวังมากขึ้น

การร่วงวันที่ 8 กรกฎาคมบอกอะไร

SET ลดลง 12.75 จุดในวันที่ 7 กรกฎาคมมาอยู่ที่ 1,604 จุด และคาดว่าจะ sideway-ลงในวันที่ 8 หลังข่าวโจมตีสหรัฐฯ-อิหร่าน แนวต้านอยู่ที่ 1,610-1,615 จุด แนวรับที่ 1,590-1,595 สถานการณ์ตะวันออกกลางเป็นตัวกระตุ้น risk-off ของนักลงทุนสถาบันต่างชาติที่ถือหุ้นไทย

นักลงทุนไทยควรมองอย่างไร

ตัวเลข 46% เป็นพาดหัวข่าว แต่คำถามที่ใช้งานได้จริงคือการขึ้นจะมีต่อในไตรมาส 3 หรือไม่ สามปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่อง: ธีมส่งออก AI ยังมีพื้นที่วิ่ง ซีซัน earnings ไตรมาส 2 ที่เริ่มปลายกรกฎาคมอาจมี upside surprise และ valuation ของ SET ยังไม่แพง ความเสี่ยงหลักคือน้ำมันเบรนต์เกิน $74 ที่จะกดดันทั้งเศรษฐกิจและกระแสทุนต่างชาติ

สิ่งที่ต้องจับตา

ซีซัน earnings ไตรมาส 2 เริ่มปลายกรกฎาคม จับตา PTT และ PTTEP (ไวต่อราคาน้ำมัน), กรุงเทพและ KBank (คุณภาพสินเชื่อและ NIM), DELTA (รายได้ส่งออกสกุลดอลลาร์) และ CPALL (ตัวแทนการใช้จ่ายผู้บริโภค) ถ้า earnings ยืนยันเรื่องเล่าการฟื้นตัว การขึ้น 46% ของ SET มีรากฐานพื้นฐาน ถ้า earnings ผิดหวัง แนวรับ 1,590 จะมีความหมาย

BrokerTH