ในการประชุมวันที่ 23 มิถุนายน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% และปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2026 เป็น 2.3% ขณะเดียวกัน ตลาด Fed Futures ให้โอกาส 54% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งก่อนสิ้นปี ช่องว่างอัตราดอกเบี้ยไทย-สหรัฐจึงอยู่ที่ราว 275 จุดพื้นฐาน กว้างที่สุดตั้งแต่ปี 2550 นี่คือคำอธิบายตรงๆ ว่าทำไมบาทจึงอ่อนค่า 4.9% นับตั้งแต่ต้นปี
เหตุผลของ ธปท.
ธปท.ไม่ได้ไม่รับผิดชอบ เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว การท่องเที่ยวกลับมา การส่งออกเทคโนโลยีทำได้ดี และการลงทุนเอกชนที่เชื่อมกับห่วงโซ่อุปทาน AI ขยายตัว ธปท.ไม่ต้องการบั่นทอนการฟื้นตัวด้วยการขึ้นดอกเบี้ยก่อนกาล ผู้ว่า ธปท.ระบุว่าการอ่อนค่าของบาทมาจากแรงภายนอก ไม่ใช่เงินเฟ้อในประเทศที่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย จาก 27 นักเศรษฐศาสตร์ในการสำรวจ Reuters 23 คนคาดว่าอัตราดอกเบี้ยไทยจะไม่เปลี่ยนแปลงตลอดปี 2569 ฉันทมติที่ชัดเจนนี้ยิ่งทำให้ Carry Trade ง่าย
สิ่งที่ตลาด Fed กำลัง Price
Dot Plot เดือนมิถุนายนของ Fed ปรับประมาณการกลางอัตราดอกเบี้ยปลายปี 2026 เป็น 3.8% มี 9 จาก 18 เจ้าหน้าที่คาดว่าจะขึ้นอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ตลาด Futures ไปไกลกว่านั้น ให้โอกาส 54% สำหรับสองครั้ง น่าจะเป็นกันยายนและพฤศจิกายน หากเกิดขึ้นจริง ช่องว่างไทย-สหรัฐอาจขยายเป็น 325 จุดใน Q4 ซึ่งยิ่งทำให้ภาพของการถือสินทรัพย์บาทไม่น่าดึงดูดขึ้นอีก
กลไก Carry Trade ที่กดบาท
ด้วยดอกเบี้ยไทยที่ 1% และ US Treasuries ให้ผลตอบแทน 5.25–5.50% สถาบันต่างๆ สามารถกู้บาทในอัตราถูก แปลงเป็นดอลลาร์ ฝากในตราสารระยะสั้นสหรัฐ และเก็บส่วนต่างแบบ Risk-Free ในระดับสถาบัน นี่หมายถึงแรงขายบาทที่ต่อเนื่องทุกวันโดยไม่ต้องมีวิกฤตหรือพาดหัวข่าว มันแค่เกิดขึ้น บาทอ่อนค่าไปแล้ว 4.9% ปีนี้ Carry Trade ที่ทำงานต่อเนื่อง 6 เดือนอธิบายส่วนใหญ่ของนั้น
อะไรอาจเปลี่ยนสมการ
สองสิ่งที่อาจบรรเทาแรงกดดันบาทอย่างมีนัย คือความเสี่ยงเศรษฐถดถอยในสหรัฐที่บังคับ Fed เปลี่ยนทิศ หรือเงินเฟ้อไทยพุ่งสูงอย่างเซอร์ไพรส์ให้ ธปท.ขึ้นดอกเบี้ยได้ ทั้งสองไม่น่าจะเกิดก่อน Q4 ภาพที่เป็นไปได้กว่าคือบาทอ่อนค่าช้าๆ ต่อเนื่อง คั่นด้วยการฟื้นตัวสั้นๆ จนกว่า Fed จะส่งสัญญาณชัดว่าหยุดแล้ว ซึ่งตลาดปัจจุบันยังไม่ได้ Price ก่อนกลางปี 2570
ผลต่อนักลงทุนไทย
ผู้ที่ถือพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือฝากเงินในธนาคารไทยได้รับ 1–2% แต่บาทอ่อนค่า 4.9% ผลตอบแทนที่ปรับค่าเงินอาจเป็นลบในเชิงเปรียบเทียบ นักลงทุนในหุ้น SET มีที่หลบบางส่วน บาทอ่อนช่วยผู้ส่งออก เช่น พลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตร แต่กระทบบริษัทที่มีหนี้ดอลลาร์หรือนำเข้าสูง
การใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้
นักลงทุนไทยที่เข้าใจพลวัตนี้สามารถวางตำแหน่งได้: เอียงพอร์ตไปหาสินทรัพย์ดอลลาร์ เน้นหุ้นส่งออกใน SET มากกว่านำเข้า และมองการแข็งค่าของบาทเป็นโอกาสลดการถือครองบาทแบบยุทธวิธีมากกว่าสัญญาณของเทรนด์ใหม่ ธปท.เลือกให้ความสำคัญกับการเติบโตมากกว่าการปกป้องค่าเงิน บาทคือ Pressure Valve