บิตคอยน์ vs ทองคำ vs SET: สรุปผลตอบแทน ส.ค. 2569 สำหรับนักลงทุนไทย

ทอง +10% บิตคอยน์ +3% SET แทบไม่ขยับ เดือนสิงหาคม 2569 สร้างความแตกต่างที่น่าทึ่งในสามประเภทสินทรัพย์ที่เทรดมากที่สุดในไทย สรุปผลและผลต่อการจัดสรรพอร์ต
บิตคอยน์ vs ทองคำ vs SET: สรุปผลตอบแทน ส.ค. 2569 สำหรับนักลงทุนไทย

เดือนสิงหาคม 2569 เป็นเดือนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทยที่มีพอร์ตหลากหลาย สินทรัพย์สามประเภทหลัก — บิตคอยน์ ทองคำไทย และตลาดหลักทรัพย์ (SET) — ให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สะท้อนทั้งคุณค่าของการกระจายการลงทุนและความท้าทายของมัน

ตัวเลข: ใครชนะเดือนสิงหาคม

ทองคำไทย: +10.11% ในเดือนนี้ — แตะ 72,787 บาทต่อบาทน้ำหนักวันที่ 20 สิงหาคม ปรับขึ้น 3.44% ในวันเดียว เป็นผู้ชนะชัดเจนในเดือนนี้ ขับเคลื่อนโดย Safe-Haven Demand จากวิกฤตอิหร่าน การซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก และดอลลาร์ที่อ่อนค่าซึ่งทำให้ทองคำน่าสนใจในรูปดอลลาร์

บิตคอยน์: ประมาณ +3% ในเดือนนี้ — BTC อยู่ที่ราว 65,000 ดอลลาร์ ณ วันที่ 20 สิงหาคม ผลตอบแทนรายเดือนปรับปรุงได้น้อยเทียบกับทองคำ ดัชนี Fear & Greed ที่ 41 บอกว่าตลาดยังกังวล เงินสถาบันผ่าน ETF ไหลเข้าบวก แต่การขายทำกำไรที่ 65,000–68,000 ดอลลาร์กดแนวต้าน

ดัชนี SET: แทบไม่ขยับในเดือนนี้ — SET เปิดสิงหาคมที่ราว 1,617 และปัจจุบันที่ 1,626 กำไรไม่ถึง 1% สะท้อนความผันผวนมากกว่าแนวโน้ม ต่างชาติขายสุทธิดูดซับแรงซื้อในประเทศ ดัชนีติดกรอบ 1,610–1,630

ทำไมสามสินทรัพย์ถึงแตกต่างกันมาก

ความแตกต่างเล่าเรื่องมหภาคที่ชัดเจน ทองคำทำหน้าที่ดั้งเดิม: เมื่อนักลงทุนไม่แน่ใจในสกุลเงิน อัตราดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์พร้อมกัน พวกเขาซื้อทอง วิกฤตอิหร่าน ความไม่แน่นอนเฟด และดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบในไทย ล้วนเอื้อต่อทองคำ

บิตคอยน์มีพฤติกรรมเหมือนสินทรัพย์เสี่ยงที่ Correlate กับมหภาค ไม่ใช่ “Digital Gold” ผลตอบแทน 3% ในเดือนนี้สะท้อน Risk Appetite โดยรวมที่ยังพอได้ แต่ไม่สามารถทะลุ 70,000 ดอลลาร์แม้จะมี ETF ไหลเข้า บ่งบอกว่าเพดานความไม่แน่นอนเฟดยังมีผล

SET ติดอยู่ระหว่างปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่พอใช้ได้และการขายสุทธิของต่างชาติที่ต่อเนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ย มันเป็นสินทรัพย์ที่ “Local” ที่สุดในสามประเภท และอ่อนไหวต่อการตัดสินใจในวอชิงตันและเตหะรานมากกว่ากรุงเทพ

มุมมองภาษี: แต่ละสินทรัพย์ถูกปฏิบัติอย่างไรในไทย

  • ทองคำไทย: กำไรจากการขายทองคำจริงต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่การบังคับใช้ของกรมสรรพากรสำหรับนักลงทุนรายย่อยยังไม่สม่ำเสมอ กำไรจาก ETF ทองคำถูกเก็บภาษีเป็นกำไรจากทุน
  • บิตคอยน์และคริปโต: กำไรจากแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาต (Bitkub, Gulf Binance, Bitazza) อัตรา 0% นี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญ — กำไร 3% จากบิตคอยน์บนแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตได้กำไรเต็ม 3%
  • หุ้น SET: กำไรจากการขายหุ้นไม่เสียภาษีในไทย เงินปันผลถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% นี่ทำให้โครงสร้างภาษีของหุ้น SET สะอาดที่สุดสำหรับการทบต้น

บทเรียนสำหรับพอร์ตนักลงทุนไทย

นักลงทุนไทยที่ถือทอง บิตคอยน์ (ผ่าน Bitkub) และหุ้น SET ในสัดส่วนเท่ากันในเดือนสิงหาคม 2569 จะได้รับผลตอบแทนผสมประมาณ 4.4% ดีกว่าพอร์ตหุ้นล้วนๆ หรือคริปโตล้วนๆ อย่างมีนัยสำคัญ

บทเรียนคือ: สิงหาคม 2569 เป็นเดือน “Macro Stress” ที่สินทรัพย์ที่ไม่ Correlate (ทอง) ทำได้ดีกว่าสินทรัพย์ที่ Correlate (BTC + SET ที่เคลื่อนไหวตาม Global Risk Sentiment) เดือน “Risk-on” ถัดไปจะพลิกอันดับส่วนหนึ่งกลับ

จุดโฟกัสเข้าสู่เดือนกันยายน

ทองคำ: ถือพร้อม Trailing Stop หลังปรับขึ้น 10% ในเดือนเดียว ความเสี่ยง Mean Reversion ไปสู่ 69,000–70,000 บาทมีจริงถ้าสถานการณ์อิหร่านคลี่คลายหรือเฟดเซอร์ไพรส์ Dovish

บิตคอยน์: สะสมเมื่อราคาดิ่งสู่ 63,000–64,000 ดอลลาร์ ดัชนี Fear & Greed 41 และแนวรับ 64,000 ที่ถือได้ทำให้เป็นโซนเข้าที่สมเหตุสมผลในมุมมอง 3–6 เดือน

SET: เลือกรายหุ้นและอดทน Breakout เหนือ 1,630 ยังไม่ยืนยัน หุ้นกลุ่มธนาคารและท่องเที่ยวที่กำไร Q2 ดีกว่าคาดคือตัวเลือกแรกถ้าต้องการ Exposure ใน SET ตอนนี้

BrokerTH