ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในเดือน ส.ค. ด้วยมติเอกฉันท์ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่สามนับตั้งแต่ลดลงมาจากการตัดสินใจเดือน ก.พ. 2026 ขณะที่เฟดอาจขึ้นอีกเป็น 4.00% ในวันที่ 16 ก.ย. ส่วนต่าง 300 bps นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังจะกว้างขึ้นในจังหวะที่แย่สำหรับตลาดพันธบัตรและบาทไทย
เส้นทางที่นำมาถึงวันนี้
ธปท. ลดดอกเบี้ย 25 bps ลงมาที่ 1.00% ในเดือน ก.พ. 2026 หลังจาก GDP ไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ 2.7% อย่างต่อเนื่อง และเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าอัตรา 1.00% จะเป็นอัตราสุดท้ายของรอบนี้ ไม่มีตัดต่อหรือเพิ่มอีกในปี 2026 ส่วนเฟดหลังคงดอกเบี้ยตั้งแต่ ธ.ค. 2025 การประชุม 16 ก.ย. กลายเป็นการประชุมที่มีความเป็นไปได้ 66% สำหรับการขึ้น ถ้าขึ้น ช่องว่างจะกว้างเป็น 300 bps
ช่องว่าง 300 bps ทำอะไรกับกระแสเงินทุน
ช่องว่างผลตอบแทนขนาดนี้ทำให้ carry trade ในพันธบัตรไทยแทบไม่คุ้มสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ต้นทุนป้องกันความเสี่ยง USD/THB (forward premium) อยู่ที่ราว 250-270 bps ต่อปี ถ้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีที่ให้ผลตอบแทน 2.8-3.0% คณิตศาสตร์แทบไม่คุ้ม ยิ่งช่องว่างกว้างขึ้น เงินทุนก็ยิ่งไหลออก
มุมมองของผู้ส่งออก
สำหรับผู้ส่งออกไทย บาทที่อ่อนค่าไม่ใช่ข่าวดีโดยอัตโนมัติอีกต่อไป USD/THB เกิน 33.00 ทำให้สินค้าไทยถูกลงในแง่ดอลลาร์ก็จริง แต่ผู้ส่งออกส่วนใหญ่ซื้อวัตถุดิบเป็นดอลลาร์ ต้นทุนที่สูงขึ้นกินกำไรจากบาทที่อ่อน อุตสาหกรรมที่เปราะบางที่สุดคือแปรรูปอาหาร ประกอบอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์
สิ่งที่นักลงทุนไทยควรทำ
ถ้าถือหุ้นไทยล้วน ความเสี่ยงเป็นทางอ้อม ถ้าถือกองทุนต่างประเทศหรือสินทรัพย์ดอลลาร์แบบ unhedged ดอกเบี้ยเฟดที่สูงขึ้นช่วยเพิ่มผลตอบแทนในแง่บาท ถ้าถือพันธบัตรหรือกองทุนตราสารหนี้ไทย มีความเสี่ยง mark-to-market ถ้าการไหลออกของต่างชาติดันอัตราผลตอบแทนขึ้น นักลงทุนที่อยากรับผลจากช่องว่างโดยไม่รับความเสี่ยงสกุลเงินตรงๆ อาจพิจารณา ETF พันธบัตรสหรัฐแบบ hedged บน SET
ธปท. จะตอบสนองได้หรือไม่
ตอบสั้นๆ ว่า ไม่ง่าย อำนาจหน้าที่ของ ธปท. เน้นเสถียรภาพราคาและเศรษฐกิจ ไม่ใช่ปกป้องค่าเงินโดยตรง ธปท. เคยแทรกแซง FX ด้วยการขาย USD จากทุนสำรองเพื่อหนุนบาท แต่นั่นเป็นการแก้ระยะสั้น ไม่ใช่ทางออกสำหรับการไหลออกเชิงโครงสร้าง
ตัวเลขที่ต้องจับตา
USD/THB ที่ 33.50 คือแนวสำคัญ ต่ำกว่านั้น ช่องว่างนโยบายยังบริหารได้ ถ้าเกิน 33.50 คาดว่า ธปท. จะออกมาสื่อสารตลาดมากขึ้น และผู้จัดการกองทุนจะเร่ง hedge มากขึ้น การตัดสินใจของเฟดวันที่ 16 ก.ย. จะกำหนดว่าเราจะอยู่ฝั่งไหนในไตรมาส 4