Fed ลงมติ 9-3 คงดอกเบี้ยที่ 3.5-3.75% ในการประชุมเดือนกรกฎาคม โดยสามเสียงที่โหวตขึ้นดอกเบี้ยทันทีมาจากประธาน Fed สาขาคลีฟแลนด์ มินนีแอโพลิส และดัลลาส การโหวตสามเสียงค้านในการประชุมเดียวไม่ใช่เรื่องปกติ ตลาดจึง re-price โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันต่อมา ก่อนตัวเลข CPI วันนี้ โอกาสขึ้นดอกเบี้ยกันยายนคือ 50-50 ซึ่งสำหรับนักลงทุนไทยที่มีความเสี่ยงดอลลาร์ นั่นหมายความว่าอะไร
สามเสียงโหวตค้านสื่อสารอะไร
เมื่อประธาน Fed สาขาสามคนทำลาย consensus เพื่อโหวตนโยบายเข้มงวดกว่า มันบอกว่า consensus นั้นเปราะบาง ข้อมูลเศรษฐกิจที่ร้อนแรงชิ้นเดียวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น CPI ร้อน, ตลาดแรงงานแข็งแกร่ง หรือน้ำมันพุ่งอีกรอบ อาจเพียงพอที่จะพลิกหนึ่งหรือสองเสียงให้โหวตขึ้นดอกเบี้ยในกันยายน
เหตุผลของทั้งสามคนคือเงินเฟ้อที่อยู่เหนือเป้า 2% มานานกว่าห้าปี ซึ่งไม่ผิดในเชิงข้อมูล คำถามคือเพื่อนร่วมคณะจะเห็นด้วยว่าจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยโดยยังไม่เห็นค่าจ้างเร่งตัวชัดเจนหรือไม่
รูปแบบความผันผวนของ USD/THB
ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา USD/THB แกว่งระหว่าง 32.91 (7 สิงหาคม หลังข้อมูลการจ้างงานอ่อน) และ 33.45 (2 สิงหาคม เมื่อความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยพุ่ง) CPI วันนี้คือจุดเปลี่ยนถัดไปของรูปแบบนี้
ถ้ากันยายนถูกตลาดมองว่าจะขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์แข็งค่าในวงกว้าง และสกุลเงินตลาดเกิดใหม่รวมถึงบาทจะเผชิญแรงกดดัน ความสัมพันธ์ระหว่างบาทกับดัชนีดอลลาร์ (DXY) แน่นมากในปี 2569 เมื่อ DXY ขึ้น 1% USD/THB มักขึ้น 0.5-0.8%
กลไก Carry Trade และผลต่อบาท
Carry trade คือกู้บาทที่ 1% แล้วลงทุนในสินทรัพย์ดอลลาร์ที่ 3.75% ได้ส่วนต่าง 2.75% ต่อปีก่อนผลกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อส่วนต่างนี้คงที่และค่าเงินผันผวนต่ำ กลยุทธ์นี้ทำกำไรและเสริมแรงตัวเอง ยิ่ง demand carry มาก บาทยิ่งถูกขาย บาทยิ่งอ่อน
เมื่อส่วนต่างแคบลง (ถ้า ธปท. ขึ้นหรือ Fed ลด) carry จะ unwind ทำให้บาทแข็งขึ้นอย่างรวดเร็วและผู้ที่ short บาทเจ็บตัว ปัจจุบัน carry กว้างและบาทอยู่ภายใต้แรงกดดันเชิงโครงสร้าง ถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ยกันยายนส่วนต่างจะยิ่งกว้าง ความกดดันบาทยิ่งมาก อาจเห็น 34 บาทก่อนสิ้นปี
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย
สำหรับผู้ที่ DCA ลงทุนต่างประเทศ อัตรา 33.11 ในปัจจุบันไม่ใช่จุดสูงสุดเชิงประวัติศาสตร์แต่ก็สูงกว่าค่าเฉลี่ย 12 เดือน ถ้าคาด Fed คงดอกเบี้ย บาทมีโอกาสแข็งขึ้นไปทดสอบ 32.90 หรือต่ำกว่า ทำให้สินทรัพย์ต่างประเทศแพงขึ้นในรูปบาท
สำหรับธุรกิจที่มีค่าใช้จ่ายดอลลาร์ ช่วงนี้ก่อนทราบผลกันยายนเป็นเวลาที่ควรพิจารณา forward contract กรณีเลวร้าย USD/THB ที่ 34 ไม่ใช่ tail risk อีกต่อไปแล้ว
วันที่สำคัญที่สุด
16 กันยายน: วันประกาศผล Fed ระหว่างนี้จนถึงตอนนั้น บริหารขนาดพอร์ตให้รองรับความผันผวนมากกว่าการเดิมพันทิศทาง สัปดาห์การประชุม Fed กันยายนจะเป็นช่วงสองวันที่ USD/THB และตลาดหุ้นไทยผันผวนมากที่สุดในครึ่งหลังของปี 2569 ความคล่องตัวสำคัญกว่าการเปิดพอร์ตใหญ่ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง