เช้าวันนี้ค่าเงินบาทอยู่ที่ 33.11 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการรอคอยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะประกาศในคืนนี้ตามเวลาไทย ตัวเลขเดียวนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางบาทในสองสัปดาห์ข้างหน้ามากกว่าปัจจัยภายในประเทศใดทั้งสิ้น
ทำไมตัวเลข 3.4% ถึงสำคัญ
นักเศรษฐศาสตร์คาด CPI ภาพรวมที่ 3.4% เทียบปีต่อปี และ core inflation (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) ที่ 2.5% หากตัวเลขจริงออกมาต่ำกว่าคาดหรือเท่ากัน ตลาดจะลดน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนกันยายน ดอลลาร์อ่อน บาทแข็ง หากสูงกว่าคาดเกิดผลตรงข้าม ดอลลาร์แข็ง บาทอ่อน และต้นทุนนำเข้าของไทยพุ่งขึ้น
สัปดาห์ที่ผ่านมาบาทแกว่งระหว่าง 32.91 ถึง 33.45 ต่อดอลลาร์ กรอบกว้าง 54 สตางค์ในเวลาเพียง 7 วัน ซึ่งสะท้อนว่าตลาดตอบสนองต่อข้อมูลสหรัฐอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าที่เคยเป็น
ธปท. อยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% มาตั้งแต่ปลายปี 2565 ขณะที่ Fed อยู่ที่ 3.5-3.75% ส่วนต่าง 2.5% นี้ดึงเงินทุนออกจากสินทรัพย์บาทไปหาผลตอบแทนดอลลาร์ที่สูงกว่า ส่งผลให้บาทอ่อนค่าลง 2.21% เทียบดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
โจทย์หลักของ ธปท. คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจและจัดการหนี้ครัวเรือน ซึ่งชี้ทางไปที่การคงดอกเบี้ยต่ำ แต่น้ำมันที่ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเปลี่ยนสมการ ไทยนำเข้าพลังงานเป็นส่วนใหญ่ ราคาพลังงานสูงขึ้นหมายถึงเงินเฟ้อภายในประเทศที่ ธปท. ต้องรับมือ
แต่ละสถานการณ์ CPI ส่งผลต่อบาทอย่างไร
CPI ต่ำกว่าคาด (ต่ำกว่า 3.3%): โอกาสขึ้นดอกเบี้ยกันยายนลดลงชัดเจน ดอลลาร์อ่อน USD/THB ทดสอบแนว 32.90 ผู้ส่งออกกดดัน ผู้นำเข้าและนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้ผลดี
CPI ตามคาด (3.3-3.5%): ไม่มีการ re-price ใหญ่ บาทยังอยู่ในกรอบ 32.90-33.45 รอปัจจัยถัดไป
CPI ร้อนกว่าคาด (สูงกว่า 3.5%): การขึ้นดอกเบี้ยกันยายนกลับมาเป็นประเด็น USD/THB ดันขึ้นไปทดสอบ 33.50 และอาจถึง 34 ก่อนสิ้นเดือน
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย
ถ้าถือเงินดอลลาร์ กองทุนต่างประเทศ หรือพันธบัตรดอลลาร์ CPI ร้อนจะเพิ่มมูลค่าในรูปบาทชั่วคราว แต่ไม่ใช่สัญญาณให้ซื้อเพิ่มตอนนี้เพราะตลาดตอบรับไปบางส่วนแล้วที่ระดับ 33.11
ในตลาดหุ้น ผู้ส่งออกกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมีได้ประโยชน์จากบาทอ่อน กลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ และการบริโภคในประเทศได้รับผลกระทบน้อยกว่าแต่มีปัจจัยกดดันเป็นของตัวเอง
สิ่งที่ต้องติดตาม
การประชุม Fed ครั้งต่อไปคือ 15-16 กันยายน หลัง CPI วันนี้ จะมีตัวเลขการจ้างงานเดือนสิงหาคม (ต้นกันยายน) และ PPI เป็นตัวแปรสำคัญ ถ้า CPI ต่ำกว่าคาดบาทมีโอกาสไปทดสอบ 32.90 ถ้าสูงกว่าคาดให้ระวัง 33.50 ขึ้นไป
นักลงทุนไทยควรมองช่วงนี้เป็นช่วงค่าเงินผันผวนสูง ไม่ใช่แนวโน้มที่ชัดเจน ทิศทางที่แท้จริงจะเห็นชัดขึ้นหลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐต้นเดือนกันยายน ไม่ใช่วันนี้