SET ที่ 1,588 จุด กรกฎาคม 2569: นักวิเคราะห์ตั้งเป้า 1,650 และหุ้นเด่น H2

SET ปิดมิถุนายนที่ 1,591 จุด Globlex ตั้งเป้า 1,620–1,630 และ CGS ไปถึง 1,650 นี่คือ catalyst ที่นักวิเคราะห์มองเห็น กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ และสิ่งที่อาจกดดัชนีให้ต่ำกว่า 1,600
SET ที่ 1,588 จุด กรกฎาคม 2569: นักวิเคราะห์ตั้งเป้า 1,650 และหุ้นเด่น H2

ดัชนี SET ปิดเดือนมิถุนายนที่ 1,591 จุด เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน บวก 0.85% และเปิดเดือนกรกฎาคมในช่วง 1,583–1,596 จุด บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำสองแห่งประกาศเป้าหมายสำหรับเดือนกรกฎาคมแล้ว ได้แก่ Globlex Securities ที่ 1,620–1,630 จุด และ CGS International ที่ 1,620–1,650 จุด เป้าหมายเหล่านี้หมายถึง upside 2%–4% จากระดับปัจจุบัน ซึ่งทำได้แต่ต้องมี catalyst

ทำไมนักวิเคราะห์จึงมองบวกสำหรับเดือนกรกฎาคม

เหตุผลหลักมีสาม ประการแรก โครงการ “คนไทยช่วยคนไทย” หรือโครงการ co-payment ของรัฐบาลคาดว่าจะให้แรงหนุน GDP ที่เห็นได้ชัดในไตรมาส 3 การอัดฉีดกำลังซื้อผ่านโครงการนี้จะส่งผลต่อยอดขายค้าปลีก ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และการบริโภคเลือกสรร

ประการที่สอง ผลประกอบการ Q2 2569 ของธนาคารจะทยอยออกมาในครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคม KBank, SCB และ กรุงศรี คือชื่อที่ขยับตลาดได้มากที่สุด

ประการที่สาม กองทุนต่างชาติเริ่มเข้ามาใน Defensive และ Value theme ของไทย ซึ่งเป็นฐานเงินทุนที่มั่นคงกว่า momentum money

อะไรที่อาจทำให้ SET อยู่ต่ำกว่า 1,620 จุด

SET อยู่ต่ำกว่า 1,600 จุดมาส่วนใหญ่ของเดือนมิถุนายน การขึ้นไป 1,620 จุดต้องการการซื้อจากต่างชาติ หรืออย่างน้อยการหยุดขาย ค่าบาทอ่อนที่ 33.38 ลดความน่าสนใจของหุ้นไทยสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ประเมินผลตอบแทนเป็นดอลลาร์

บริบทโลกก็ไม่ราบรื่น ความผันผวนของหุ้น US, ความไม่แน่นอนเรื่อง Fed เดือนกรกฎาคม และความผันผวนของราคาน้ำมันล้วนสร้างความระมัดระวังให้นักซื้อต่างประเทศ

หุ้นเด่น H2 2569 ที่น่าจับตา

ถ้าตลาดโดยรวมไปถึง 1,620–1,650 หลายกลุ่มธุรกิจมีโอกาส outperform:

  • ธนาคาร — ผลประกอบการ Q2 เป็น catalyst การเติบโตของสินเชื่อทรงตัว
  • ค้าปลีกและผู้บริโภค — ได้ประโยชน์โดยตรงจากโครงการกระตุ้นการบริโภค เช่น Central Retail และ BJC
  • สุขภาพ — เติบโตจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสังคมผู้สูงอายุ เป็น defensive ที่เชื่อถือได้
  • พลังงาน — PTT และ PTTEP ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันสูงจากความเสี่ยงตะวันออกกลาง
  • นิคมอุตสาหกรรม — การย้ายฐานการผลิต AI และ tech supply chain มาไทยยังเป็นเทรนด์หลัก WHA และ Amata คือชื่อสำคัญ

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

SET ที่ 1,588 จุดไม่ใช่ตลาดที่ถูกแต่ก็ไม่แพง P/E ล่วงหน้า 12 เดือนอยู่ที่ราว 14 เท่า สอดคล้องกับ ASEAN peers Dividend yield หุ้น blue chip SET เฉลี่ย 3.5%–4% ซึ่งแข่งขันได้กับเงินฝากในยุคที่ ธปท. คงดอกเบี้ยที่ 1%

สำหรับนักลงทุนระยะยาว การขยับ 2%–4% ในเดือนกรกฎาคมสำคัญน้อยกว่าทิศทางกำไรใน H2 2569 ถ้าโครงการกระตุ้นและกำไรธนาคาร Q2 ส่งมอบตามที่คาด SET มีเส้นทางที่น่าเชื่อถือสู่ 1,700+ ก่อนสิ้นปี

วันสำคัญของเดือนกรกฎาคม

  • กลางกรกฎาคม — กำไร Q2 ของธนาคาร KBank และ SCB จะกำหนดทิศทางกลุ่ม
  • ปลายกรกฎาคม — รายละเอียดโครงการกระตุ้น Q3; ตลาดต้องการตัวเลขที่ชัดเจน
  • 29 กรกฎาคม — Fed ตัดสินใจ; risk-on/risk-off โลกกำหนดว่าต่างชาติจะกลับมาซื้อ SET หรือไม่

1,620 จุดคือระดับที่ต้องจับตา ถ้าปิดสัปดาห์เหนือระดับนี้ได้ก่อนสิ้นกรกฎาคม จะยืนยัน thesis ขาขึ้นและเปิดบทสนทนาเรื่องเป้า 1,700 จุดใน Q3

BrokerTH