USD/THB ที่ 33.38: ส่วนต่างดอกเบี้ยกดค่าบาทในเดือนกรกฎาคม 2569

ค่าบาทแตะ 33.38 ต่อดอลลาร์เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม อ่อนสุดตั้งแต่พฤษภาคม 2568 สาเหตุหลักคือส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่าง Fed กับ ธปท. ที่กว้างถึง 250 basis points
USD/THB ที่ 33.38: ส่วนต่างดอกเบี้ยกดค่าบาทในเดือนกรกฎาคม 2569

ค่าเงินบาทอ่อนตัวมาอยู่ที่ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่พฤษภาคม 2568 และสาเหตุหลักคือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่าง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ถือดอกเบี้ยไว้ที่ 1% กับ Federal Reserve ของสหรัฐที่นั่งอยู่ที่ 3.5%–3.75% ส่วนต่างที่กว้างถึง 250 basis points นี้ดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติทำ carry trade โดยกู้ยืมเงินบาทราคาถูกแล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์ดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

ทำไมส่วนต่างดอกเบี้ยถึงกดค่าบาท

Carry trade ไม่ใช่เรื่องใหม่ — เป็นกลยุทธ์ที่นักลงทุนสถาบันใช้มาช้านาน เมื่อดอกเบี้ยไทยต่ำกว่าสหรัฐถึง 250 basis points แรงจูงใจในการขายบาทและซื้อดอลลาร์ก็ชัดเจน ยิ่งภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังโตแค่ 2.3% ในปี 2569 และ ธปท. ไม่มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย แรงกดดันต่อบาทก็ยังอยู่

ฝั่ง Fed นั้น แม้จะ hold ในการประชุมวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ยังเปิดประตูขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28–29 กรกฎาคม ข้อมูล CME FedWatch จากปลายเดือนมิถุนายนชี้ว่าตลาดมองโอกาสขึ้น 25 bps ที่ 37.4% และโอกาส hold ที่ 62.6% ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ดอลลาร์ยังแข็งค่าอยู่

การเคลื่อนไหวของค่าบาทในเดือนมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคม

บาทแตะ 33.473 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งอ่อนสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ก่อนจะฟื้นตัวมาใกล้ 33.18 ในวันที่ 30 มิถุนายน แต่พอเข้าต้นกรกฎาคมก็ไหลกลับมาที่ 33.38 อีกครั้ง บาทอ่อนค่าราว 1.3% ในช่วงห้าสัปดาห์ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ประเมินว่าค่าเฉลี่ยของ USD/THB ในเดือนกรกฎาคมจะอยู่ที่ประมาณ 32.79 และปลายเดือนอาจอยู่ที่ราว 32.41 หากประมาณการเหล่านี้ถูก หมายความว่าบาทน่าจะแข็งขึ้นจากนี้ แต่ต้องรอ catalyst ที่จะปิดช่องว่างนั้นก่อน

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

ค่าบาทอ่อนมีทั้งด้านดีและด้านเสีย ถ้าคุณถือสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น US, กองทุนต่างประเทศ หรือคริปโต ผลตอบแทนในรูปบาทจะดูดีกว่าเดิม นักลงทุนที่ซื้อกองทุน US ตอนค่าบาทอยู่ที่ 32.50 ได้กำไร FX เพิ่มอีกราว 2.7% โดยอัตโนมัติ

แต่ด้านตรงข้าม สินค้านำเข้าแพงขึ้น ทั้งพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าที่ตั้งราคาเป็นดอลลาร์ กดดันต้นทุนของบริษัทที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า ในทางตรงข้าม ผู้ส่งออกและธุรกิจท่องเที่ยวได้ประโยชน์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ ธปท. ไม่รีบเข้าแทรกแซง

สำหรับนักเทรด Forex รายย่อย ตลาดที่มีเทรนด์ชัดเจนดูน่าเล่น แต่ carry trade reversal นั้นเร็วและรุนแรง เมื่อตลาดเปลี่ยนใจจาก “Fed ขึ้น” เป็น “Fed hold” บาทอาจแข็งขึ้น 1%–2% ภายในชั่วโมง

สองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม

สถานการณ์ A — Fed คงดอกเบี้ย 29 กรกฎาคม: แรงซื้อดอลลาร์ชะลอตัว USD/THB มีโอกาสดึงกลับมา 33.00–33.20 ผู้นำเข้าได้รับแรงบรรเทา

สถานการณ์ B — Fed ขึ้น 25 bps: USD/THB ทดสอบ 33.60 และอาจไปถึงแนว 33.80 ที่เคยเห็นในปี 2567 พันธบัตรไทยและสินทรัพย์บาทเจอแรงขาย

สิ่งที่ต้องจับตาก่อนตัดสินใจ

  • การประชุม FOMC 29 กรกฎาคม — ปัจจัยชี้ขาดระยะสั้นของ USD/THB
  • ข้อมูล CPI และ NFP สหรัฐเดือนมิถุนายน — จะกำหนดทิศทางความคาดหวังของ Fed
  • วันประชุม กนง. ครั้งถัดไป — หาก ธปท. เปลี่ยน tone ก็จะเป็น signal สนับสนุนบาท
  • ดุลการค้าไทย — ถ้าส่งออกแข็งแกร่ง ก็ช่วยชดเชยแรงกดดันจากส่วนต่างดอกเบี้ยได้

ระดับ 33.38 คือระดับที่ต้องจับตา หากบาทยืนเหนือนี้ได้จนผ่านข้อมูลสหรัฐ แรงกดดันจะยังคงอยู่จนกว่าการประชุม Fed จะตัดสินใจเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย

BrokerTH