ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ กว้างที่สุดในรอบหลายปี ธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 ขณะที่ Fed อยู่ที่ 3.50–3.75% และส่งสัญญาณขึ้นเพิ่ม ส่วนต่าง 2.75 เปอร์เซ็นต์พอยต์นี้คือแรงที่ผลักเงินทุนออกจากสินทรัพย์บาทไปสู่สินทรัพย์ดอลลาร์ และอธิบายว่าทำไม USD/THB ถึงทะลุ 33 สัปดาห์นี้
ทำไม ธปท. ถึงคง 1%
เหตุผลของ กนง. เดือนเมษายน: GDP ไทยปี 2569 คาดที่ 1.5% ลดลงจากประมาณการก่อนหน้า เงินเฟ้อคาดเฉลี่ย 2.9% แต่มาจากด้านอุปทาน การขึ้นดอกเบี้ยจะไม่แก้เงินเฟ้อแบบนี้ แต่จะกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้หนี้ครัวเรือนไทยยังสูงจากช่วง COVID ธปท. จึงอยู่ในสถานะ “ติดกับ”: ลดดอกเบี้ยไม่ได้เพราะกลัวเงินทุนไหลออก ขึ้นดอกเบี้ยก็ไม่ได้เพราะกังวลเศรษฐกิจ
คณิตศาสตร์ Carry Trade
ตลาดสกุลเงินแสดงส่วนต่างดอกเบี้ยผ่าน carry trade: กู้บาทที่ 1% ลงทุนในสินทรัพย์ดอลลาร์ที่ให้ 3.75% ได้กำไรส่วนต่าง 2.75% ต่อปีก่อนหักการเคลื่อนไหวของค่าเงิน ตราบใดที่ส่วนต่างดำรงอยู่ trade นี้ทำกำไรได้และเป็นแรงกดดันต่อบาทที่เสริมกัน การ unwind carry trade อาจรุนแรง — ถ้าข้อมูลสหรัฐฯ ผิดหวังและตลาด reprice กลับมา บาทจะดีดตัวแรง แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่สถานการณ์นั้น
บริบทประวัติศาสตร์
ในช่วง Fed-BoT divergence ครั้งล่าสุดปี 2558–2561 USD/THB เคลื่อนจาก 32 ไปถึง 37 ก่อนกลับตัว ตอนนี้อยู่ที่ 33 ถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งและ ธปท. ยืนนิ่ง ระดับ 34 เป็นไปได้ใน Q4 2569
สิ่งที่นักลงทุนไทยควรทำ
- บัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ: การเก็บเงินบางส่วนเป็นดอลลาร์ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากบาทอย่างเห็นได้ชัด ธนาคารไทยให้ดอกเบี้ยประมาณ 0.5–1.5% ขณะที่ money market fund สหรัฐฯ ยังให้ 4%+
- กองทุนต่างประเทศ hedged หรือ unhedged: กองทุน US equity ที่ไม่ hedged ค่าเงินได้ประโยชน์จากบาทอ่อน ตรวจสอบ product disclosure ก่อนตัดสินใจ
- ตราสารหนี้ระยะสั้น: พันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวไม่เหมาะเมื่อบาทอ่อนและอัตราดอกเบี้ยจริงใกล้ศูนย์ เลือก short-duration เพื่อลดความเสี่ยงทั้งด้านราคาและค่าเงิน
เมื่อไร trade นี้จะกลับตัว
เมื่อ Fed ลดดอกเบี้ยหรือ ธปท. ขึ้นดอกเบี้ย ทั้งสองสถานการณ์ไม่ใกล้จะเกิด การประชุม กนง. ครั้งถัดไปปลาย Q3 2569 และ Fed ประชุมครั้งต่อไปปลายเดือนกรกฎาคม จับตาทั้งสองวัน ภาพหลัก: บาทอ่อนต่อเนื่องใน Q3 การบรรเทาจะมาเมื่อเห็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว