SET ที่ 1,623 จุด: หุ้นกลุ่มไหนนำตลาดไทยในไตรมาส 3 ปี 2026

SET ปิดเดือนกรกฎาคมที่ 1,623 จุด ขึ้น 33% ในรอบปี ความเสี่ยงต่างชาติขายจากท่าทีสายเหยี่ยวเฟดเพิ่มขึ้น หุ้นกลุ่มไหนควรถือและกลุ่มไหนควรลดสัดส่วนในไตรมาส 3
SET ที่ 1,623 จุด: หุ้นกลุ่มไหนนำตลาดไทยในไตรมาส 3 ปี 2026

SET ปิดวันที่ 31 กรกฎาคมที่ 1,623.64 จุด ขึ้น 25.53 จุดในวันเดียว และสูงกว่าปีที่แล้ว 33.27% ช่วง 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1,212.68–1,657.55 จุด ภาพชัดเจน: ตลาดได้ขึ้นไปมากแล้ว คำถามสำหรับไตรมาส 3 ปี 2026 ไม่ใช่ “ควรถือหุ้นไทยหรือไม่” แต่คือ “หุ้นกลุ่มไหนจะนำตลาดต่อจากนี้”

ทำไมการขึ้นของตลาดโดยรวมจึงชะลอลง

SET สูงสุด 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1,657.55 จุด ระดับปัจจุบัน 1,623 จุดต่ำกว่าจุดสูงสุดประมาณ 2% การจะทะลุจุดสูงใหม่ต้องการตัวเร่ง แต่ขณะนี้มีปัจจัยกดดันจากภายนอก ได้แก่ ท่าทีสายเหยี่ยวของเฟด (3 เสียงต้องการขึ้นดอกเบี้ยเมื่อ 29 กรกฎาคม) ที่ดันดอลลาร์แข็งค่า มักทำให้เงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมถึง SET ในประเทศ GDP ไทยปี 2026 คาดไว้ที่ 3.0–3.5% มั่นคงแต่ไม่เพียงพอสำหรับการขยาย P/E ในวงกว้าง นี่คือตลาดที่ต้องเลือกหุ้นมากกว่าซื้อทั้งตลาด

กลุ่มหุ้นที่มี Momentum เข้าสู่ไตรมาส 3

พลังงาน: บริษัทพลังงานไทยได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันโลกที่สูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง PTT และ PTTEP ทำผลงานได้ดีกว่าตลาดโดยรวมในปี 2026 ความเสี่ยงคือการที่ราคาน้ำมันพังทลายหากมีสัญญาณสันติภาพหรืออุปทานพุ่ง

การท่องเที่ยวและโรงแรม: ภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวแข็งแกร่ง นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเพิ่มขึ้นในปี 2026 Central Group, Minor International และผู้ประกอบการโรงแรมได้รับการปรับประมาณการกำไรขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี

ธนาคาร: ธนาคารไทยได้ประโยชน์จาก ธปท. ที่คงดอกเบี้ยที่ 1.00% NIM มีเสถียรภาพ NPL ดีขึ้น KBank, SCB และ Krungsri ผลงานสม่ำเสมอ ความเสี่ยงคือ ธปท. ลดดอกเบี้ยหากเศรษฐกิจอ่อนแอ ซึ่งจะกด Margin อีกครั้ง

กลุ่มหุ้นที่ควรระวังในไตรมาส 3

สินค้าอุปโภคบริโภค: การบริโภคในประเทศชะลอตัว บริษัทที่พึ่งการใช้จ่ายในประเทศเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังไม่ปรับตัวเต็มที่ ไม่ใช่หุ้นที่ควรขายทิ้ง แต่ควรรอจังหวะเข้าซื้อที่ดีกว่า

อสังหาริมทรัพย์: หุ้นอสังหาฯ ขึ้นมาแรงในครึ่งแรกของปี แต่เผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูงและการซื้อจากนักลงทุนจีนที่ช้ากว่าคาด ดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ใกล้จุดสูงสุด 12 เดือน ความคุ้มค่าเทียบความเสี่ยงน้อยกว่า 6 เดือนก่อน

ผลต่อนักลงทุนไทยที่บริหารพอร์ตใน SET

SET ที่ 1,623 จุดไม่ถูกในแง่ P/E ประวัติศาสตร์เมื่อเทียบกับการขึ้น 33% ใน 12 เดือน ตำแหน่งที่สมเหตุสมผลที่ 1,400 จุดต้องประเมินใหม่ที่ 1,623 จุด แนวทางไตรมาส 3: เพิ่มน้ำหนักพลังงานและธนาคารที่มี NPL ดี ถือการท่องเที่ยวแต่คอยดูข้อมูลนักท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ลดสัดส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคดิจิตัล ระวังเพิ่มอสังหาฯ ในระดับราคาปัจจุบัน ถ้า SET ย่อมาที่ 1,600 จุดจากแรงขายต่างชาติ นั่นเป็นจุดสะสมที่น่าสนใจกว่าการซื้อที่ 1,623

ตัวแปรนักลงทุนต่างชาติ

การปิดวันที่ 31 กรกฎาคมแสดงให้เห็น SET ขึ้น 1.60% บนปริมาณการซื้อขายสูง ส่วนหนึ่งมาจากการซื้อของต่างชาติ ติดตามว่าการซื้อดังกล่าวจะต่อเนื่องในเดือนสิงหาคมหรือพลิกกลับจากดอลลาร์แข็งค่า ข้อมูลซื้อ-ขายสุทธิต่างชาติจาก ตลท. เผยแพร่รายวันและเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดในแบบเรียลไทม์ว่าเงินสถาบันกำลังเพิ่มหรือลดความเสี่ยงหุ้นไทย

BrokerTH