บิตคอยน์เปิดที่ 63,410 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม และขยับขึ้นมาที่ 63,504 ดอลลาร์ในช่วงกลางเช้า แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือสิ่งที่เกิดขึ้นในกรอบเวลาทั้งสี่: รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ทุกสัญญาณเทรนด์พลิกเป็นลบพร้อมกัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นพร้อมกันทุกกรอบในรอบหลายเดือน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากบิตคอยน์ทะลุ 65,000 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม แต่รักษาระดับไว้ไม่ได้และถอยกลับมาในแถว 63,000 ดอลลาร์
ทำไมทุกเทรนด์ถึงพลิกพร้อมกัน
เทรนด์รายวันและรายสัปดาห์อ่อนตัวลงตั้งแต่ถูกปฏิเสธที่ 65,000 ดอลลาร์ เทรนด์รายเดือนตามมาเพราะบิตคอยน์ปิดเดือนกรกฎาคมต่ำกว่าต้นเดือน เทรนด์รายปีพลิกเพราะระดับ 63,000 ดอลลาร์ต่ำกว่าที่บิตคอยน์เทรดในช่วงปลายปี 2568 และต้นปี 2569 เมื่อทุกกรอบเวลาเป็นลบพร้อมกัน แสดงว่าไม่มีกรอบเวลาไหนที่โมเมนตัมเป็นบวก ซึ่งมักดึงดูด short sellers เข้ามา
ข้อมูล CPI กรกฎาคมที่ออกมาวันที่ 12 สิงหาคมให้ความโล่งใจบ้าง แต่ตลาดต้องการตัวเลขดีกว่าคาดเพื่อดันบิตคอยน์ขึ้น ได้รับแค่การยืนยันฉันทามติ ไม่ใช่ตัวเร่ง
ตัวแปรตะวันออกกลาง
การเจรจาช่องแคบฮอร์มุซดำเนินอยู่ในพื้นหลังตลอดต้นเดือนสิงหาคม เมื่อพาดหัวข่าวเป็นบวก บิตคอยน์ได้รับแรงหนุน เมื่อข่าวหายไป การฟื้นตัวของคริปโตก็หายด้วย บิตคอยน์มีความสัมพันธ์กับตลาดพลังงานมากขึ้นเรื่อยๆ การ risk-off ที่ดันราคาน้ำมันขึ้นยังดันเทรดเดอร์ออกจากสินทรัพย์เก็งกำไรรวมถึงคริปโต
ผลกระทบต่อผู้ถือบิตคอยน์ในไทย
นักลงทุนไทยสามารถเทรดบิตคอยน์ได้ถูกกฎหมายบนแพลตฟอร์มที่ ก.ล.ต. ไทยให้ใบอนุญาตเท่านั้น: Bitkub, Gulf Binance, Bitazza หรือ Zipmex (ที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟู) Bybit, OKX และ CoinEx ถูกบล็อคหลังวันที่ 28 มิถุนายน
ที่ 63,410 ดอลลาร์ บิตคอยน์ลดลงประมาณ 2.4% จากจุดสูงสุดวันที่ 10 สิงหาคม นั่นคือการย่อตัวในระดับปานกลาง ไม่ใช่การล่มสลาย แต่การพลิกเป็นลบพร้อมกันของทุกเทรนด์บ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในเฟสการกระจาย ผู้ถือขายที่จุดแข็ง ไม่ใช่ผู้ซื้อสะสมที่จุดอ่อน สำหรับผู้ถือระยะยาว (12 เดือนขึ้นไป) ระดับปัจจุบันไม่เปลี่ยนภาพพื้นฐาน สำหรับสถานะระยะสั้นหรือที่มีเลเวอเรจ การพลิกเทรนด์นี้ต้องการการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดขึ้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
การปิดรายสัปดาห์เหนือ 65,000 ดอลลาร์จะส่งสัญญาณว่าฝั่งซื้อกลับมาควบคุมได้ การปิดต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์รายสัปดาห์เปลี่ยนภาพเป็นขาลงอย่างชัดเจน การประชุม Fed กันยายน: การคงดอกเบี้ยพร้อมสัญญาณ dovish เป็นบวกต่อบิตคอยน์ การขึ้นดอกเบี้ยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด ให้จับตาสถานการณ์ฮอร์มุซ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันส่งผล risk-off ที่กระทบคริปโตก่อนสินทรัพย์อื่น
สรุป: การพลิกเทรนด์ทุกกรอบเวลาเป็นธงเหลือง ไม่ใช่ธงแดง 63,000 ดอลลาร์ยืนหยัดได้หากมาโครคงเสถียร เส้นทางสู่ 70,000 ดอลลาร์ต้องการตัวเร่งเชิงมาโคร ไม่ใช่แค่การค่อยๆ เลื่อนขึ้น