USD/THB ที่ 32.65 — ผู้ส่งออกไทยควรเฮดจ์อย่างไรในไตรมาส 2/2569

USD/THB แตะ 32.65 กลาง พ.ค. ความตึงเครียดตะวันออกกลางและ กนง. ที่ 1% ดันบาทอ่อน คณิตศาสตร์เฮดจ์สำหรับผู้ส่งออกไทยไตรมาส 2/2569
USD/THB ที่ 32.65 — ผู้ส่งออกไทยควรเฮดจ์อย่างไรในไตรมาส 2/2569

USD/THB ปิดที่ 32.65 เมื่อ 15 พฤษภาคม เพิ่มขึ้น 0.77% ในเซสชันเดียว และอ่อนค่าราว 2% ในรอบเดือน สำหรับผู้ส่งออกไทยที่ออกใบแจ้งหนี้สกุลดอลลาร์ในไตรมาส 2 นี้ ค่าเงินที่เปลี่ยนระดับนี้ไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยผ่านได้อีก เพราะมันกระทบจำนวนบาทที่จะเข้าบัญชีโดยตรงเมื่อเงินโอนเข้ามา ส่วนผสมของดอกเบี้ยในประเทศต่ำ ความเสี่ยงตะวันออกกลาง และดอลลาร์แข็งจะทำให้คู่นี้ผันผวนต่อเนื่องเข้าเดือนมิถุนายน

ทำไม 32.65 ถึงสำคัญกว่าตัวเลขปกติ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในการประชุมเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2022 เมื่อเทียบกับ Fed funds ที่ยังสูงกว่ามาก ส่วนต่างดอกเบี้ยจึงดูดเงินทุนออกจากบาทไปสู่ดอลลาร์ตลอด นี่อธิบายการแข็งค่าของดอลลาร์ราว 3.5% เมื่อเทียบกับบาทตั้งแต่ต้นปี เพิ่มเรื่องความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านที่ดันราคาน้ำมันสูงเข้าไป ก็มีเหตุผลสองชั้นที่หนุนดอลลาร์

กรอบที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ใช้สำหรับเดือนนี้อยู่ที่ราว 32.04 ถึง 33.68 มีค่าเฉลี่ยกลางเดือนประมาณ 32.79 นั่นคือช่วง 2% ที่ต้องวางแผน ซึ่งมีนัยสำคัญหากคุณกำลังจัดการใบแจ้งหนี้มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์

ผู้ส่งออกไทยควรคิดอย่างไร

หากบันทึกขาย 500,000 ดอลลาร์วันนี้ที่ 32.65 จะได้ 16,325,000 บาท แต่ถ้าเรตหลุดลงไปที่ 32.04 ตอนที่เงินเข้าจริง ตัวเลขจะเหลือ 16,020,000 บาท หายไป 305,000 บาท หรือราว 1.9% ของดีล ทางตรงข้ามที่ 33.68 จะได้เพิ่ม 515,000 บาท ความไม่สมมาตรแบบนี้ CFO ส่วนใหญ่ไม่อยากเปิดทิ้งไว้

วิธีแก้สำหรับลูกหนี้ที่จะเข้าใน 90 วันข้างหน้าคือทำ Forward Cover อย่างใดอย่างหนึ่ง — ฟอร์เวิร์ดธรรมดาผ่านธนาคารหลัก หรือ Participating Forward ถ้าอยากเก็บ Upside ไว้บ้าง ธนาคารในประเทศคิด Spread สำหรับฟอร์เวิร์ด 3 เดือนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับส่วนต่างดอกเบี้ย ค่าของความแน่นอนตอนนี้จึงไม่แพง

สัดส่วนเฮดจ์โดยประมาณ

ผู้ส่งออกไทยที่ผมคุยด้วยช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เฮดจ์ 50-70% ของลูกหนี้สกุลดอลลาร์ และปล่อยอีก 30-50% ไม่เฮดจ์ สมมติฐานคือมีรายจ่ายสกุลดอลลาร์อยู่บ้าง (ชิ้นส่วนนำเข้า ค่าขนส่ง หนี้สกุลดอลลาร์) ที่ช่วยหักล้างได้ระดับหนึ่ง ถ้าธุรกิจส่งออกล้วนและต้นทุนเป็นบาทอย่างเดียว ดันสัดส่วนเฮดจ์ขึ้นไปถึง 80%

SME ที่ใบแจ้งหนี้ต่ำกว่า 200,000 ดอลลาร์มักข้ามฟอร์เวิร์ดเพราะ Bid-Offer รู้สึกหนัก ทางเลือกใช้ได้คือบัญชีหลายสกุลที่ธนาคารกรุงเทพหรือ KBank พักดอลลาร์ฝั่งลูกหนี้และทยอยแลกเป็นบาทเมื่อเรตตรงกับแผนธุรกิจ

สิ่งที่ต้องจับตาถึงเดือนมิถุนายน

มีสามตัวแปรหลักที่จะขยับคู่นี้:

  • ความรุนแรงหรือการลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันหนุนดอลลาร์ การหยุดยิงดึงกลับ
  • การประชุม กนง. ครั้งถัดไป ถ้าลดดอกเบี้ยอีกบาทจะอ่อนต่อ ถ้าคงไว้เป็น Base case ที่ตลาดราคาไว้แล้ว
  • กระแสเงินต่างชาติเข้า SET สัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มเห็น Net buy หลังประชุมสหรัฐ-จีน หากต่อเนื่องจะช่วยพยุงบาทได้บ้าง

สรุปสำหรับธุรกิจไทย

32.65 ไม่ใช่ระดับที่ต้องตื่นตระหนก แต่เป็นระดับที่การไม่ทำอะไรเริ่มมีต้นทุนจริง ล็อกอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของความเสี่ยงดอลลาร์ระยะสั้น เผื่อความยืดหยุ่นไว้บางส่วนสำหรับการเคลื่อนไหวที่แรงกว่าคาด และให้สองครั้งถัดไปของ กนง. เป็นจุดตัดสินใจของแผน หวังเห็นบาทกลับไประดับ 31 ในไตรมาส 2 ค่อนข้างเพ้อฝัน สภาวะดอกเบี้ยตอนนี้ไม่เอื้อ

BrokerTH