กำไรจาก Cryptocurrency ในไทยถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี
ประเภทรายได้ Crypto ที่ต้องเสียภาษี
- กำไรจากการขาย Crypto (Capital Gain)
- รายได้จาก Staking และ Yield Farming
- รายได้จากการขุด (Mining)
- Airdrop ที่มีมูลค่าเกิน 1,000 บาท
วิธีรายงานภาษี Crypto
- ใช้ Bitkub Tax Report หรือซอฟต์แวร์ภาษี Crypto
- แปลงกำไรเป็นบาทตามอัตรา ณ วันที่ทำธุรกรรม
- ยื่นภาษีในแบบ ภ.ง.ด.90 ก่อน 31 มีนาคม
⚠️ ควรปรึกษานักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัล
อัปเดตพฤษภาคม 2026 — การยกเว้นภาษีกำไรคริปโต 5 ปี
เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2025 ประเทศไทยเริ่มยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 5 ปี สำหรับกำไรจากการขายคริปโตเคอร์เรนซีและโทเค็นดิจิทัล แต่เฉพาะกำไรที่เกิดผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยที่มีใบอนุญาตเท่านั้น การยกเว้นใช้ถึง 31 ธันวาคม 2029
สิ่งที่ครอบคลุม
กำไรจากการขายหรือแลกเปลี่ยนคริปโตและโทเค็นดิจิทัลบน Bitkub, Gulf Binance, Bitazza, Satang, Z.com EX, ERX และศูนย์ซื้อขายที่มีใบอนุญาตของไทยอื่นๆ การยกเว้นใช้ทั้งขายคริปโตเป็น THB การสว็อปคริปโตเป็นคริปโตอีกตัว หรือแปลงเป็น Stablecoin
สิ่งที่ไม่ครอบคลุม
กำไรจากธุรกรรมบนแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาต — Binance.com (เวอร์ชั่นทั่วโลก), Coinbase Global, KuCoin, MEXC, Bitget Global — ไม่ครอบคลุม ยังต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎมาตรฐาน อัตราขั้นบันได สูงสุด 35%
หมวดอื่นที่ชัดว่าอยู่นอกการยกเว้น คือผลตอบแทน Staking, Airdrop, รายได้ Mining และรายได้จาก DeFi ที่สร้างผลตอบแทน การยกเว้นจำกัดเฉพาะกำไรจากธุรกรรมซื้อ-ขายบนศูนย์ซื้อขายที่มีใบอนุญาต
การวางแผนเชิงปฏิบัติ
การโอนคริปโตจากกระเป๋าหนึ่งไปอีกที่ไม่ใช่เหตุการณ์ภาษีในไทย — เฉพาะการขายเท่านั้น การย้ายเหรียญจากศูนย์ซื้อขายต่างประเทศไปยังที่มีใบอนุญาตของไทยก่อนขายสามารถย้ายกำไรไปอยู่ในกลุ่มที่ได้ยกเว้น ตราบใดที่การขายขั้นสุดท้ายเกิดบนหน่วยงานที่มีใบอนุญาต
สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ที่มีกำไรที่ยังไม่รับรู้จำนวนมาก หน้าต่าง 5 ปียังเป็นจังหวะที่ดีในการรับรู้กำไรแบบเป็นลำดับ การกระจายการขายขนาดใหญ่ในหลายปีภาษีป้องกันโอกาสที่นโยบายจะเปลี่ยนหลังปี 2029